วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Dcleanfood.com : สาเหตุที่ทำให้ร่างกายของสคนเราเกิดอาการเจ็บป่วย ตอนจบ

วันนี้เรามาพูดเรื่องสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของสคนเราเกิดอาการเจ็บป่วยกันต่อจากเมื่อวานกันนะครับ เมื่อรู้สาเหตุแล้วก็แก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหันกับมาดูแลร่างกายและบำรุงจิตใจกันนะครับการออกกำลังกาย, การพักผ่อน การรับประทานอาหารดี ๆ เช่น อาหารคลีน (Clean Food) มีส่วนช่วยได้อย่างมากครับ



4. ความผิดปกติทางด้านอารมณ์และการควบคุมตนเอง อาการนี้ทางการแพทย์ระบุว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเทติกและพาราซิมพาเทติกจนมีการแสดงออกมาทางสีหน้าและท่าทาง เช่น ความใจร้อน, หงุดหงิดง่าย, เสียใจ, โกรธ, กระวนกระวาย และความอึดอัดใจความไม่สบายใจคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและสุขภาพจิตดี จะสามารถควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้เป็นอย่างดี ไม่ให้อารมณ์พาไปในทิศทางที่ไม่เหมาะสม แต่สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ เช่น โกรธง่าย, ขี้หงุดหงิด, อารมณ์ร้อน ส่วนใหญ่เกิดจากความสมดุลของร่างกายเสียไป ร่างกายอ่อนแอ, อ่อนเพลียจนไม่มีความสดชื่นและกระตือรือร้นที่จะทำกิจการงานใดให้สำเร็จ มีแต่ความหงุดหงิด, หุนหันพลันแล่น ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตนเองได้ สำหรับคนในยุคปัจจุบันอาการเหล่านี้เกิดจากการขาดการพักผ่อนทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจที่เพียงพอ ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเทติกและพาราซิมพาเทติกทำงานผิดปกติได้ทางที่ดีเราควรออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อผ่อนคลายความเครียดและพักผ่อนร่างกายให้เพียงพอในทุก ๆ วันนะครับ

5. โรคที่เกิดจากความเสื่อมถอยของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, นิ่ว, ตับแข็ง, โรคกระเพาะ และโรคอื่น ๆ อีกมากมาย โรคเหล่านี้สาเหตุก็ตามที่เราได้กล่าวมาแล้วคือเกิดจากความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่าง ๆ ก่อนวัยอันควร คำถามต่อมาคือทำไมอวัยวะต่าง ๆ ของเราถึงเสื่อมโทรมลงก่อนวัยอันควรคำตอบคือเราใช้งานอวัยวะนั้น ๆ หนักมากจนเกินไปและขาดการบำรุงรักษาเพื่อให้อวัยวะกลับมาแข็งแรงดังเดิม เนื่องจากในยุคปัจจุบันมีอัตราการแข่งขันที่สูงมาก ทำให้คนในปัจจุบันมักใช้งานอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายหนักจนเกินพอดี และนอกจากจะใช้งานหนักแล้วยังขาดการบำรุงรักษาให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดังเดิม เราควรเลือกใช้งานอวัยวะต่าง ๆภายในร่างกายให้พอเหมาะ ไม่ใช้งานหนักจนเกินไป เพราะเมื่อถึงวันนึงเราอาจจะมีโรคภัยต่าง ๆ รุมเร้ามากมายและไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับทรัพย์สินที่เราหามาได้

***พอทราบถึงสาเหตุของอาการเจ็บป่วยของคนเรากันไปบ้างแล้วนะครับ สาเหตุหลักคงมาจากการเสียสมดุลของร่างกาย เนื่องจากร่างกายไม่แข็งแรงและจิตใจอ่อนล้า การบำรุงรักษาจิตใจและร่างกายของเราก็ไม่ใช่เรื่องยากนะครับ แค่เราใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบมีวินัยทานอาหารที่ครบตามที่ร่างกายต้องการอาจจะเป็น อาหารคลีน (Clean Food) ก็ได้เพื่อเป็นการบำรุงร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และที่สำคัญควรพักผ่อนร่างกายและจิตใจให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา เงินทองที่เราหาได้จะไม่มีความสำคัญอะไรเลยนะครับ หากเราไม่มีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงพอที่จะใช้มัน ขอบคุณครับ

บทความ : Clean Food

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Dcleanfood.com : สาเหตุที่ทำให้ร่างกายของคนเราเกิดอาการเจ็บป่วย

บทความ : Clean Food

การเกิดอาการเจ็บป่วยของคนเรานั้น ส่วนใหญ่มาจากสาเหตุสำคัญประการเดียวคือการเสียสมดุลของร่างกาย และการเสียสมดุลระหว่างร่างกายกับธรรมชาติ โดยจะมีลำดับขั้นของความเจ็บป่วยดังนี้

 Clean Food

1. อ่อนเพลียอ่อนล้าทั้งในส่วนของร่างกายและจิตใจ คนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญต่าง ๆ ในชีวิตเช่นการเปลี่ยนที่อยู่, เปลี่ยนงาน บ่อย ๆ จะมีอาการป่วยอยู่ในขั้นนี้ ตามธรรมชาติเมื่อคนเราทำงานหนักแต่ร่างกายยังมีสุขภาพกายที่ดีรับประทานอาหารที่เหมาะสมเช่นอาหารคลีน (Clean Food) และมีการพักผ่อนนอนหลับที่เพียงพอ ร่างกายก็จะกลับมามีแรงกำลังได้ดังเดิมในวันรุ่งขึ้นมีความสดชื่นสดใส กระตือรือร้นที่จะต่อสู้กับงานที่หนักหน่วงในวันต่อไปซึ่งแตกต่างจากคนในปัจจุบันที่มีลักษณะของความอ่อนล้าเรื้อรังอย่างชัดเจน โดยสาเหตุหลักของการอ่อนล้าเรื้อรังของคนในยุคปัจจุบันก็คือ การใช้ชีวิตอย่างไม่มีระเบียบวินัย ไม่บำรุงรักษาร่างกายและจิตใจตามความเหมาะสม ใช้ร่างกายและจิตใจในการทำงานหรือทำกิจกรรมแต่ละวันอย่างหนักติดต่อกันโดยไม่มีการผ่อนคลายร่างกาย ทำให้ร่างกายสะสมความอ่อนแออ่อนล้า ในช่วงแรกยังไม่มีอาการแสดงออกมาเนื่องจากร่างกายยังมีความแข็งแรงอยู่ยังพอทนทานได้ แต่เมื่อทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน ๆร่างกายเริ่มเสื่อมลงโดยไม่ได้รับการบำรุงรักษา อาการเจ็บป่วยของโรคต่าง ๆ ก็จะแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และต้องใช้เวลานานมากในการรักษาเนื่องจากร่างกายมีความอ่อนล้าเรื้อรังต้องใช้เวลานานมากในการฟื้นฟูร่างกาย

2.อาการเจ็บปวดตามร่างกายปวดศรีษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดท้องหรือปวดประจำเดือนในเพศหญิง เป็นต้น การเจ็บป่วยจำพวกนี้เกิดจากการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายไม่ดี และมีเลือดที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย โรคและอาการเจ็บป่วยประเภทนี้จะเกิดกับบุคคลที่ขาดการรับประทานอาหารบำรุงเลือดที่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกายที่เหมะสมกับความต้องการของร่างกายให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้อย่างเพียงพอ

3. อาการเจ็บป่วยเรื้อรังเนื่องจากร่างกายได้รับสารอาหารบางประเภทไม่เพียงพอ เพราะการเลือกรับประทานอาหาร หรือการไม่รับประทานอาหารบางอย่าง ทำให้สมดุลของร่างกายสูญเสียไป และหากติดนิสัยการรับประทานแบบนี้เป็นระยะเวลานาน ๆ ร่างกายจะอาจจะเป็นโรคโลหิตจาง ดีซ่าน ภูมิแพ้ และโรคผิวหนัง เรื้อรังได้

บทความทั้งหมด : Clean Food

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Dcleanfood.com : โรคหลอดเลือด, โรคหัวใจและโรคเบาหวานกับอาหารแมคโครไบโอติก

บทความ : Clean Food

จากบทความตอนที่แล้วเราจบที่การป้องกันโรคมะเร็งด้วยอาหารแมคโครไบโอติก วันนี้เราจะมาเสริมกันที่โรคหัวใจ, หลอดเลือดและโรคเบาหวานกับอาหารแมคโครไบโอติกกันต่อเลยดีกว่าครับ

 Clean Food

การรักษาและป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดด้วยอาหารแมคโครไบโอติก

มีผลงานวิจัยที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผู้บริโภคที่รับประทานอาหารแมคโครไบโอติกจะมีภาวะความเสี่ยงน้อยหรือต่ำมากในการเกิดภาวะโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด เพราะการรับประทานอาหารแมคโครไบโอติกอย่างต่อเนื่องจะทำให้ร่างกายของผู้รับประทานมีระดับคอเลสเตอรอลที่ต่ำกว่าคนที่รับประทานเนื้อสัตว์และอาหารทั่วไป และนอกจากนี้ผู้ที่รับประทานอาหารแมคโครไบโอติกจะมีระดับความดันโลหิตที่ต่ำกว่าผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์หรืออาหารทั่วไป และอาหารแมคโครไบโอติกจะมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าอาหารจำพวกเนื้อสัตว์และอาหารทั่วไปอีกด้วย

การรักษาและป้องกันโรคเบาหวานด้วยอาหารแมคโครไบโอติก

สำหรับโรคเบาหวานเรามีการทดลองโดยอาสาสมัครผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทย โดยอาสาสมัครทุกท่านทำการหยุดการรับยาทุกชนิดในระหว่างการศึกษาวิจัย โดยผู้ป่วยต้องพักอยู่ที่เดียวกันตลอดระยะเวลา 2-14 สัปดาห์ที่ทำการทดสอบ โดยมีการติดตามวัดชีพจรของผู้ป่วย ติดตามชั่งน้ำหนัก , วัดความดันโลหิตทุกวันตอนเช้าและหลังตื่นนอน และทำการวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหารเช้าทุกสัปดาห์ และใช้อาหารแมคโครไบโอติกในการบำบัดอาการแทนยาที่ผู้ป่วยทุกท่านต้องรับประทานเป็นประจำ โดยใช้อาหารจำพวกธัญพืชที่มีความครบสมบูรณ์, พืชตระกูลถั่วและ ผักชนิดต่าง ๆ เป็นอาหารหลัก โดยใช้ทีมงานผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการจัดเตรียมและปรุงอาหารแมคโครไบโอติกในระดับนานาชาติ พบว่าอาหารแมคโครไบโอติกสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยผู้ป่วยมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้นหลังจากจบการทดลอง

บทความทั้งหมด : Clean Food

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Dcleanfood.com : การป้องกันโรคมะเร็งด้วยอาหารแมคโครไบโอติก

บทความ : Clean Food ต่อจากตอนที่แล้วเรื่องการรักษาโรคมะเร็งกับอาหารแมคโครไบโอติก คราวนี้เรามาต่อกันที่เรื่องการป้องกันโรคมะเร็งด้วยอาหารแมคโครไบโอติกซึ่งเป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันครับ


มีผลการวิจัยหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ศึกษาเปรียบเทียบกันระหว่างผู้หญิงที่รับประทานอาหารแมคโครไบโอติกกับอาหารที่เป็นอาหารอเมริกาแท้ ๆ จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานอาหารแมคโครไบโอติกมีระดับของเอสโตรเจนในอุจจาระสูง แต่มีระดับเอสโตรเจนในปัสสาวะต่ำกว่า และมีระดับเอสตราไดออลในเลือดต่ำกว่า ทำให้ผู้หญิงที่รับประทานอาหารแมคโครไบโอติกมีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้หญิงที่รับประทานอาหารอเมริกาแท้ๆ และมีผลการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับว่าการที่ผู้หญิงมีระดับเอสตราไดออลในเลือดและระดับการขับเอสโตรเจนทางปัสสาวะสูงจะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่าอาหารแมคโครไบโอติกสามารถป้องกันโรคมะเร็งที่เกี่ยวกับฮอร์โมนได้

คณะผู้วิจัยอีกกลุ่มหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานอาหารแมคโครไบโอติกจะมีระดับของไฟโตเอสโตรเจน ได้แก่ Lignans และ lsoflavonoids ในปัสสาวะสูงกว่าผู้หญิงที่รับประทานเนื้อสัตว์และผักทั่วไปที่มีขายตามท้องตลาดอยู่ที่ 1.4-2.9 เท่า และอาหารในกลุ่มแมคโครไบโอติกกับกลุ่มเนื้อสัตว์จะมีสูงกว่าอยู่ที่ 11-22 เท่าโดยหลักแล้วผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมจะพบว่าระดับของไฟโตเอสโตเจนในปัสสาวะจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนว่าไฟโตเอสโตเจนสามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งชนิดอื่นได้ เนื่องจากยังมีรายงานการวิจัยที่ไปในทิศทางตรงกันข้ามว่าสารไฟโตเอสโตเจนเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้

และในปัจจุบันมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนย้นว่าผู้ที่กินอาหารแมคโครไบโอติก (ต้นกำเนิดของอาหารคลีน Clean Food) มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งเที่เกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก ต่ำกว่าผู้ที่ชอบทานเนื้อหรืออาหารมังสวิรัติประเภทอื่น ๆ

บทความ : Clean Food

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Dcleanfood.com : การรักษาโรคมะเร็งกับอาหารแมคโครไบโอติก

บทความ Clean Food : มีรายงานทางการแพทย์และผลการวิจัยระบุว่า อาหารแมคโครไบโอติกสามารถทำให้อาการของโรคมะเร็งดีขึ้นหรืออาจจะหายขาดได้เลยครับ

 Clean Food

วิสัญญีแพทย์ท่านหนึ่งในอเมริกาเคยเขียนประสบการณ์การดูแลสุขภาพ ไว้ในหนังสือของท่าน โดยมีการวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีการกระจายไปจนถึงกระดูก แนวโน้มของโรคเป็นไปอย่างย่ำแย่ อาการของโรคทรุดลงทุกวัน จนคนไข้รู้สึกท้อแท้และไม่มีอะไรจะสูญเสีย ท่านจึงตัดสินใจใช้อาหารแมคโครไบโอติกโดยเฉพาะอาหารจากธัญพืชที่มีความครบสมบูรณ์ และเน้นการรับประทานผักเป็นหลัก หลังจากบำบัดด้วยอาหารแมคโครไบโอติก และมีการติดตามผลเป็นระยะ จนถึงปีที่ 4 พบว่าร่องรอยของโรคมะเร็งที่กระจายไปยังกระดูกได้หายไปจนหมดเมื่อมีการเผยแพร่ผลการรักษา ก็ได้รับความสนใจไปทั่วอเมริกา โดยเฉพาะการเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์สร้างความตื่นตัวในการรับประทานอาหารแมคโครไบโอติกมากขึ้น

Case การหายป่วยจากโรคมะเร็งยังมีการบันทึกไว้อีกในปี 2522 โดยเรื่องราวถูกเขียนลงหนังสือเพื่อสุขภาพเล่มหนึ่งของ Dr. Jean Kohler เป็นเรื่องราวของการหายป่วยจากโรคมะเร็งตับอ่อน โดยการรับประทานอาหารแมคโครไบโอติก และนอกจากนี้ยังมีบทความหรือผลการวิจัยอื่น ๆ ที่กล่าวถึงการใช้อาหารแมคโครไบโอติกในการรักษาโรคมะเร็ง เมื่อมีผู้อ่านหรือทราบข่าวต่างก็ให้ความสนใจ จนทำให้อาหารแมคโครไบโอติกเป็นที่นิยมในอเมริกาเป็นอย่างสูง และได้รับการจัดให้เป็นอาหารที่ใช้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยอาหารเหล่านี้จะประกอบไปด้วยธัญพืชที่มีความครบสมบูรณ์ พืชจำพวกถั่วและผักชนิดต่าง ๆ และหลังจากที่ใช้อาหารแมคโครไบโอติกในการรักษาโรคมะเร็ง ทำให้มีหลักฐานและผลการวิจัยออกมามากมายอย่างต่อเนื่อง โดยมีการระบุผลการวิจัยที่ชัดเจนข้อหนึ่งว่า การรับประทานธัญพืชที่มีความครบสมบูรณ์เช่น ข้าวกล้องที่ไม่ผ่านการขัดสี สามารถลดความเสี่ยงของภาวะการเกิดมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้ โดยนอกจากประโยชน์หลักจากใยอาหารในธัญพืชแล้วธัญพืชยังช่วยในเรื่องต่าง ๆ เช่น Insulin metabolism และ Estrogen Glucose และที่สำคัญที่สุดคือ Oxidative Process

นอกจากธัญพืชยังมีหลักฐานว่าการรับประทานผักสดที่ปลอดสารพิษเป็นประจำยังมีหลักฐานว่าสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งด้วยเช่นเดียวกัน

บทความ : Clean Food

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Dcleanfood.com : วิธีการรับประทานอาหารเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพตามหลักแมคโครไบโอติก ตอนจบ

การรับประทานอาหารตามหลักการของแมคโครไบโอติก ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่รับประทานมากนะครับ เพราะเป็นหลักการสร้างสมดุลตามธรรมชาติให้กับร่างกายเหมือนกับหลัก Clean Food ซึ่งบทความนี้จะเป็นตอนจบแล้วนะครับ

 Clean Food

หลักการรับประทานอาหารตามหลักแมคโครไปโอติก ไม่ได้ถูกบัญญัติหรือสร้างมาเพื่อเป็นมาตรฐานเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเฉพาะบางสภาวะแวดล้อมเท่านั้น แต่เป็นการมุ่งเน้นในการดูแลสุขภาพร่างกายและอารมณ์ของผู้บริโภค และเพื่อป้องกันโรคร้ายแรงและโรคเรื้อรังต่าง ๆ และช่วยในการช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ หลักการของแมคโครไบโอติกจะแบ่งออกตามมาตรฐานตามสภาพภูมิอากาศ เช่นเขตหนาวได้แก่ อเมริกาเหนือ, ยุโรป, ส่วนใหญ่ของประเทศรัสเซีย, ประเทศจีนตอนบนและตอนกลาง, ประเทศแถบเอเชียที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรมาก ๆ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี และออสเตรเลียเป็นต้น ส่วนในเขตร้อน ได้แก่ เอเชียใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ตะวันออกกลาง, แอฟริกากลาง, ลาตินอเมริกา ก็จะต้องมีการเลือกรับประทานอาหารที่ต่างกันโดยเลือกรับประทานอาหารตามธรรมชาติตามฤดูกาล และอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นหลัก โดยภาพรวมแล้วมาตรฐานของอาหารแมคโครไบโอติกจะเป็นดังนี้

1. ควรรับประทานอาหารจำพวกธัญพืชที่มีความครบสมบูรณ์เช่นข้าวกล้องที่ไม่ผ่านการขัดสี อย่างน้อย 50% ของอาหารแต่ละมื้อ และต้องถูกปรุงให้สุกก่อนรับประทาน อาหารจำพวกธัญพืชที่มีความครบสมบูรณ์ชนิดอื่น ๆ ได้แก่ ข้าวสาลีชนิดโฮลวีทซึ่งสามารถอยู่ในรูปแบบต่าง ๆได้เช่น ขนมปัง. สปาเก็ตตี้, บะหมี่, ข้าวบาร์เล่ย์, ข้าวฟ่าง, ข้าวโอ๊ต, ข้าวโพด เป็นต้น

2. ควรรับประทานอาหารจำพวกแกงจืดหรือซุปต่าง ๆ ที่มีรสชาติไม่เค็มมากนักประมาณ 5% ของอาหารที่รับประทานเข้าไปทั้งหมดในแต่ละมื้อในซุปหรือแกงจืดควรประกอบไปด้วยผักชนิดต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าควรเป็นผักตามฤดูกาลและมีการปลูกกันในท้องถิ่น หรือผักที่หาได้จากธรรมชาติ โดยทำการปรุงให้สุกโดยไม่ใช้เครื่องปรุงรสมากเกินความจำเป็น

3. ควรรับประทานผักและผลไม้ตามฤดูกาล ประมาณ 20-30 % ของอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละมื้อ ผักและผลไม้ที่เรารับประทานควรเป็นผักหรือผลไม้ที่หาได้จากธรรมชาติ หรือมีการปลูกกันในท้องถิ่น ทางที่ดีที่สุดเราควรเลือกผักและผลไม้ที่ปลอดสารเคมี และสามารถเลือกรับประทานสด ๆ ได้เลย แต่ถ้าไม่สามารถหาได้เราก็สามารถล้างให้สะอาดและปรุงให้สุกด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งการผัด, นึ่ง, ต้ม, และปิ้ง แต่ทางที่ดีควรนำไปต้มหรือนึ่งจะเป็นการใช้เครื่องปรุงรสที่น้อยที่สุด

4. ควรรับประทานอาหารจำพวกพืชตระกูลถั่ว ประมาณ 10-15% ของอาหารที่เรารับประทานทั้งหมดในแต่ละมื้อ

5. เครื่องดื่มในแต่ละมื้อนอกจากน้ำสะอาดแล้ว ควรดื่มน้ำชาที่มาจากธรรมชาติ โดยไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ ทั้งการปรุแต่งกลิ่นหรือสี

ในส่วนของอาหารเสริมในการรับประทานอาหารตามหลักการแมคโครไบโอติกมีด้วยกันหลายประเภทดังต่อไปนี้

1. โปรตีนจากเนื้อปลาสีขาว สามารถรับประทานแบบปรุงสุกโดยไม่ผ่านกระบวนการปรุงรสมากนักและสามารถรับประทานได้ประมาณ 15% ของอาหารทั้งหมดในแต่ละมื้อ

2. ของหวานที่ทำจากผลไม้ปรุงสุก และต้องเป็นผลไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นและปลูกตามฤดูกาล และที่สำคัญในประเทศเขตร้อนนั้น ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ แต่ดื่มน้ำสะอาดแทนเวลาที่ร้อนจัด

3. เมล็ดพืชอบหรือถั่วอบ สามารถรับประทานได้ครั้งหรือสองครั้งต่อสัปดาห์ ในปริมาณเล็กน้อย

บทความ : Clean Food

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Dcleanfood.com : วิธีการรับประทานอาหารเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพตามหลักแมคโครไบโอติก


 หลักการรับประทานตามหลักแมคโครไบโอติกต้นแบบหรือต้นกำเนิดของหลักการทานอาหารคลีน (Clean Food) เป็นหลักปฏิบัติที่แนะนำไว้กว้าง ๆ เพื่อให้เราได้นำไปปฏิบัติตามตามความเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล โดยเราต้องพิจารณาถึงสภาพร่างกาย สภาวะต่าง ๆ ของร่างกายตัวเราเอง นิสัยในการรับประทานอาหารที่ผ่านมา และอื่นๆ เพื่อที่เราจะสามารถกำหนดความต้องการอาหารประเภทต่าง ๆ ของตัวเองในช่วงเวลานั้น ๆ เป็นการปรับสมดุลระหว่างหยินและหยางในร่างกายของตัวเราและสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ โดยเราควรระลึกไว้เสมอว่าความต้องการอาหารของเราจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อสภาวะร่างกายของเราเปลี่ยนไปหรือเมื่อสภาพแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

  การรับประทานอาหารตามหลักแมคโครไบโอติก จึงเป็นการฝึกให้เราเป็นผู้ควบคุมความต้องการของตัวเราเองผ่านการเลือกรับประทานอาหาร ทำให้ร่างกายของเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมภายนอกได้อย่างกลมกลืน และจะส่งผลดีต่อสุขภาพของตัวเราเอง พื้นฐานของอาหารแมคโครไบโอิติกนั้นประกอบไปด้วยธัญพืชที่มีความสมบูรณ์ เช่นข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ผักที่ปลูกบนพื้นดินโดยไม่ใช้สารเคมี อาหารทะเลที่ได้จากทะเลโดยตรง ถั่วและอาหารสดประเภทอื่น ๆโดยการใช้ส่วนประกอบของอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยผ่านขั้นตอนการปรุงให้น้อยที่สุด (เหมือนกับหลักการของ Clean Food เลยนะครับ) ปรุงอาหารให้มีความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ หลักการของแมคโครไบโอติกเน้นรับประทานอาหารจากพืชตามธรรมชาติ แต่เราต้องทราบและทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าไม่มีอาหารชนิดใดหรือยารักษาโรคชนิดใดที่รักษาโรคหรืออาการป่วยได้ทั้งหมด

เมื่อเรานำอาหารแมคโครไบโอติกมาเปรียบเทียบกับอาหารสมัยใหม่จะพบความแตกต่างดังนี้

- อาหารแมคโครไบโอติกส่วนมากจะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน
- อาหารแมคโครไบโอติกส่วนมากจะได้รับสารโปรตีนจากพืช (ไม่นิยมโปรตีนจากสัตว์)
- บริโภคไขมันในปริมาณน้อย และไม่ร้บประทานอาหารที่เป็นไขม้นอิ่มตัว
- เน้นความสมดุลของแร่ธาตุ และวิตามินตามความต้องการพื้นฐานของร่างกาย
- เน้นอาหารที่ได้จากธรรมชาติ หรือการปลูกด้วยวิธีการธรรมชาติ
- รับประทานอาหารที่มีใยอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง

บทความ : Clean Food