วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Dcleanfood.com : การศึกษาหน่วยพลังงานจากอาหาร และสัดส่วนพลังงานที่ควรได้รับ ตอนที่ 1

หน่วยพลังงานจากอาหาร : กิโลแคลลอรี / กิโลจูน

การวัดพลังงาน แต่เดิมนั้้นเป็นการวัดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเผาผลาญอาหารในร่างกายจึงใช้หน่วยเป็นกิโลแคลอรี ซึ่งความหมายของกิโลแคลอรีก็คือ ปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำหนึ่งกิโลกรัม มีอุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศาเลเซียส และในระยะ 20 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีการปรับเปลี่ยนหน่วยวัดให้เป็นการวัดพลังงานในรูปของกิโลจูล

ซึ่งความหมายก็คือ ปริมาณพลังงานที่ได้จากการเคลื่อนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เป็นระยะทาง 1 เมตร โดยการใช้แรง 1 นิวตัน และมีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนการใช้จากกิโลแคลอรีเป็น กิโลจูลในแวดวงโภชนาการ อย่างไรก็ดีความสัมพันธ์ของกิโลแคลลอรีกับกิโลจูลก็คือ
1 กิโลแคลอรี (kcal) = 4.184 (kJ)
1 เมกะจูล (MJ) = 1,000 จูล
1 เมกะจูล (MJ) = 240 กิโลแคลอรี

สัดส่วนพลังงานที่ควรได้รับ (Caloric distribution)

จากการที่ร่างกาายได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต, โปรตีน และไขมัน่เป็นหลักจึงจำเป็นต้องทราบสัดส่วนของสารพลังงานดังกล่าว เพื่อให้เหมาะสมและได้โภชนาการที่ดี

การเลือกบริโภคอาหารจะเน้นการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานได้เร็ว ผ่านขบวนการย่อยและดูดซึมในรูปของกลูโคส และเก็บสะสมในรูปแบบของไกลโคเจนบริเวณกล้ามเนื้อและตับ จากการที่มีปริมาณการเก็บไกลโคเจน ไม่มากนัก จึงจำเป็นต้องได้ในปริมาณที่มากเมื่อเทียบกับสารอาหารอื่น ๆ

บทความทั้งหมด : Clean Food

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น